เชื่อว่าน้องๆ ชาว

Dek-D.com

หลายๆ คน เวลาเรียนภาษาอังกฤษ หลายคนก็คงอยากที่จะพูดภาษาอังกฤษให้ดูเป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษาใช่มั้ยครับ วันนี้

พี่วุฒิ

และ

English Issues

ได้รวบรวมคำที่จะช่วยให้การพูดภาษาอังกฤษของน้องๆ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีคำว่าอะไรบ้าง มาดูกันดีกว่า!

1. Wanna (ว็อนนะ)

คำว่า wide area network na นั้นเป็นคำย่อที่มาจากคำว่า want to มีความหมายว่า ‘ ต้องการที่จะ… ’ ซึ่งคำที่ตามหลัง wan sodium จะต้องเป็นกริยาช่อง 1 เท่านั้น ซึ่งจะสามารถใช้ควบคู่กับประธาน I, You, We, They, กับนามพหูพจน์ได้ แต่กับประธานพวก He, She, It, หรือนามเอกพจน์เพราะประธานเหล่านี้จะใช้ wide area network na ไม่ได้ครับ
ตัวอย่างประโยค
I do n’t wanna know who ‘s taking you home. ผมไม่อยากจะรู้เลยว่าใครกันที่พาคุณกลับบ้าน
I do n’t wanna waste my prison term if I ca n’t be by your side.. ผมไม่อยากจะเสียเวลาถ้าผมไม่ได้อยู่ข้างๆคุณ

2. Gonna (เกอะเหนอะ)

Gon na ย่อมาจาก going to แปลว่า กำลังจะทำสิ่งนี้ ซึ่งคำนี้เป็นอีกคำที่หลายคนใช้บ่อยและส่วนใหญ่ก็ยังใช้ผิดในเรื่องของโครงสร้างประโยค ซึ่งโครงสร้างประโยคจริงๆ ก็คืือ

ประธาน + V.to be + gonna + Verb1 

ที่เห็นใช้กันผิดบ่อยๆ ก็คือ หลายคนลืมใส่ v. to be ลงไป เช่น I gon na go. ( ฉันจะไป ) หรือ I gon na do. ( ฉันจะทำ ) ถ้าใครใช้แบบนี้คือ

ผิด

นะครับ รูปที่ถูกต้องคือ I ’ thousand gon na go. หรือ I ’ meter gon na do. และอีกอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดคือ gon na ไม่ไปแปลว่า go นะครับ จะมาใช้ I ’ meter gon na school. ( ฉันจะไปโรงเรียน ) แบบนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน รูปที่ถูกต้องคือ I ’ m gon na go to educate.
ตัวอย่างประโยค 
I ’ megabyte gonna love you like I ’ thousand gonna misplace you. ฉันจะรักคุณให้เหมือนกับฉันกำลังจะเสียคุณไป
You ‘re gonna miss me when I ‘m gone. คุณจะคิดถึงฉัน เมื่อฉันจากไป

3. Gotta (กอท-ทะ)

เป็นอีกคำที่ใช้เป็นภาษาพูดให้เป็นธรรมชาติ ‘ Got tantalum ’ เป็นคำย่อของคำว่า ‘ have got to / have to ’ มีความหมายว่า ‘ ต้อง ’

ตัวอย่างประโยค
I gotta go my own aside. ฉันต้องไปตามทางของฉัน
It ’ south gotta be you, lone you. ต้องเป็นคุณ แค่คุณคนเดียวเท่านั้น
จริงๆ แล้ว got tantalum ยังมีอีกความหมายคือ ‘ got a หรือ have a ’ แปลว่า ‘ มี ’ ซึ่งมาจากการพูดเร็วๆ แล้วรวบเสียงออกมาเป็น got tantalum นั่นเอง
ตัวอย่างประโยค
I gotta feeling that tonight ’ sulfur gon na be a good nox. ฉันมีความรู้สึกว่า คืนนี้จะเป็นคืนที่ดีคืนหนึ่ง

4. Lemme (เล็มเม / เล็มมี)

คำนี้เป็นอีกคำที่ใช้บ่อยมากและพบบ่อยมากในเพลงหลายๆ เพลง คำว่า ‘ Lem me ’ นั้นเป็นรูปที่ใช้ในการพูดที่เพี้ยนมากจากคำว่า ‘ Let me ’ แปลว่า ‘ ให้ฉันทำอะไรสักอย่าง ’
ตัวอย่างประโยค 
Lemme hold your handwriting. ให้ผมเป็นคนที่คอยกุมมือคุณไว้นะ
Lemme love you. ให้ผมได้รักคุณเถอนะ

5. Gimme (กิมหมี่ / กิมเหม่อะ)

เมื่อมี Lem me ไปแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมี ‘ Gim me ’ ด้วย ซึ่งคำนี้ก็เป็นอีกคำที่ใช้บ่อยมากๆ ในภาษาพูด เป็นคำที่ไม่นิยมใช้ในเชิงทางการซะเท่าไหร่ ซึ่ง Gim me ย่อมากจาก Give me แปลว่า ‘ ให้ … ฉัน ’ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในประโยคขอร้อง
ตัวอย่างประโยค
Gimme your money. ส่งเงินของคุณมาให้ฉันหน่อย ( ประโยคนี้ใช้บ่อยมาก 55555 )
Can you gimme a hand ? ( ขอมือของคุณหน่อยได้มั้ย ? )

6. Outta (เอ้าถ่ะ / เอ้าด่ะ )

คำนี้เป็นอีกคำที่ควรรู้และนำไปใช้มากๆ ถ้าน้องๆ สังเกตในพวกหนังฝรั่งหรือในเพลง จะเจอคำว่า ‘ outta ’ บ่อยมากๆ ซึ่งคำนี้เป็นคำย่อที่ใช้ในการพูด มาจากคำว่า ‘ out of ’ แปลว่า ‘ หมด ’

ตัวอย่างประโยค 
You got tantalum get outta here ! คุณต้องออกไปจากที่นี่ซะ !
The fire is burning outta control. ไฟเผาไหม้อย่างไม่สามารถควบคุมได้

7. Kinda (ไคน’ดา / ไคน’เดอะ) 

เชื่อว่าน้องๆ น่าจะผ่านหูผ่านตากับคำว่า rather กันมาบ้าง ซึ่ง Kinda นั้นมาจากคำว่า ‘ Kind of ’ และพี่เชื่อว่าหลายคนก็คงจะสงสัยว่า สรุปแล้วมันแปลว่าอะไรกันแน่ จริงๆ แล้ว ความหมายที่ได้ออกมานั้นมันขึ้นอยู่กับบริบทที่เราใช้ ซึ่งความหมายหลักๆ ของมันมี 2 แบบคือ แปลว่า ‘ค่อนข้าง’ และอีกความหมายคือ ‘เป็นชนิดของ’
ตัวอย่างประโยค
Bird is kinda animals. นกเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง
My guy is kinda fat. แมวของฉันค่อนข้างจะอ้วน
The director is kinda busy right now. ผู้จัดการค่อนข้างยุ่งอยู่ตอนนี้

8. Sorta (ซอดะ/ ซอถ่ะ)

เมื่อมี rather ก็ต้องมี Sorta เพราะว่า 2 คำนี้นั้นมีความหมายเหมือนกันเลยครับ ซึ่ง Sorta ย่อมาจาก Sort of แปลว่า ‘ ประมาณว่า, ค่อนข้าง ’ สามารถเลือกใช้คำดำคำหนึ่งแทนกันได้ หรือจะใช้คู่กันเลยก็ได้ครับ 5555
ตัวอย่างประโยค 
It ‘s sorta easy to cook a steak. มันค่อนข้างง่ายที่จะทำสเต๊กนะ
I ‘m sorta rather crazy. ฉันค่อนข้างที่จะบ้า / ฉันก็เป็นคนบ้าประมาณนั้นแหละ

9. I’mma (แอมมะ / แอมเมอะ)

ถ้าช่วงนี้น้องๆ คนไหนกำลังอินกับเพลง knock อยู่ บอกเลยว่าคำนี้เป็นคำที่น้องๆ ควรรู้ เพราะเป็นคำที่เหล่า rapper นำไปใช้แต่งเพลงเยอะมากกกก ซึ่งคำว่า ‘ I ’ mma ’ นั้นย่อมากจาก ‘ I ’ megabyte going to ’ มีความหมายเหมือนกับคำว่า ‘ gon na ’ เลยครับ
ตัวอย่างประโยค
I’mma go to the hospital. ฉันจะไปโรงพยาบาล
I’mma do this. ฉันกำลังจะทำสิ่งนี้

10. Ain’t (เอนท์)

คำว่า Ain ’ t นั้นจะใช้เป็นภาษาพูด โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่นิยมใช้เป็นภาษาเขียน ซึ่งคำว่า Ain ’ triiodothyronine นั้น มีแปลว่า ‘ ไม่ ’ ซึ่งเป็นรูปย่อของคำปฏิเสธหลายๆ คำเลยครับ ได้แก่ international relations and security network ’ metric ton, am not, are ’ nt, hasn ’ thyroxine, haven ’ t เรียกได้ว่า ใครที่นึกคำปฏิเสธอะไรไม่ออก ก็ให้พูด ain ’ t ไปคำเดียว ครอบคลุมหมดเลยครับ ( แต่ก็ไม่แนะนำให้ใช้บ่อยๆ นะ )
ตัวอย่างประโยค
Some people want it all but I don ’ triiodothyronine want nothing at all, if it ain’t you baby .
บางคนต้องการทุกๆ สิ่งทุกๆอย่าง แต่ตัวฉันไม่ต้องการอะไรเลย หากฉันขาดเธอไป ที่รัก
You ain’t hear nothing so far ! คุณยังไม่ได้ฟังอะไรเลย !

11. Hafta (แฮพถ่ะ)  / Hasta (แฮ๊สถ่ะ)

คำนี้อาจจะไม่ค่อยเห็นคนใช้บ่อยเหมือนกับคำอื่นๆ แต่ก็เป็นอีกคำที่ช่วยให้การพูดภาษอังกฤษของเราดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งคำว่า Hafta นั้นย่อมาจาก Have to มีความหมาย ‘ ต้อง ’ นั่นเอง
ตัวอย่างประโยค
I hafta go home plate now. ( ฉันต้องกลับบ้านตอนนี้ )
hafta practice more and more! พวกคุณต้องฝึกให้มากยิ่งๆ ขึ้นไปอีก!

 


 

You guys are gonnapractice more and more ! พวกคุณต้องฝึกให้มากยิ่งๆ ขึ้นไปอีก !

12. Tryna 

(ไทรน่ะ / ไทรเน่อะ)

ถ้าน้องๆ คนไหนที่ชอบฟังเพลงสากลบ่อยๆ จะพบคำว่า Tryna บ่อยมากกกก และส่วนใหญ่จะใช้แค่ในภาษาพูด หรือแค่ในเพลงเท่านั้น ซึ่งคำว่า Tryna นั้น มาจากคำว่า “ attempt to ” แปลว่า ‘ พยายามที่จะ … ’
ตัวอย่างประโยค
I ’ molarity tryna pick the right one. ฉันพยายามที่จะเลือกคนที่ใช่
I ‘m tryna keep it in concert, but I ‘m falling apart. ฉันพยายามเพื่อที่จะประคองใจของฉันไว้ แต่ฉันก็ล้มเหลว

13. Dunno (ดันโนว)

ปิดท้ายที่คำว่า ‘ Dunno ’ ที่เป็นคำที่แปลงมาจากการออกเสียงของคำว่า ‘ Don ’ triiodothyronine know ’ ที่แปลว่า ‘ ไม่รู้ ’ ซึ่งคำนี้เตือนเลยครับว่าอย่านำไปใช้เป็นภาษาเขียนเด็ดขาด แต่ถ้าจะใช้พิมพ์แชทขำๆ กับเพื่อนก็ได้อยู่ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใช้พูดซะมากกว่า
ตัวอย่างประโยค 
I dunno whatcha doin ’. ( I don ’ thyroxine know what are you doing. ) ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่
I dunno how to forget him. ฉันไม่รู้ว่าจะลืมเขาได้อย่างไร

   การที่เราจะพูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างธรรมชาตินั้นไม่ได้อาศัยแค่การท่องคำศัพท์ที่ฝรั่งเค้าใช้กันแค่เพียงอย่างเดียว น้องๆ ก็ต้องอาศัยการเสพสื่อต่างประเทศให้มากๆ พยายามปรับสิ่งแวดล้อมรอบข้างให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ภาษา ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือ ดูข่าว ดูหนัง ฟังเพลง ก็ล้วนมีส่วนช่วยในการพูดภาษาอังกฤษให้เป็นธรรมชาติทั้งนั้น 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น