การใช้ชีวิตประจำวันของเรา อาจจะมีสิ่งที่ต้องทำมาก จนทำให้เราละเลยการดูแลผมไป เป็นผลให้ผมร่วง ผมบางได้โดยไม่รู้ตัว ในทางกลับกัน การใส่ใจดูแลผมมากเกินไป ก็อาจจะทำให้ผมร่วง ผมบางได้จากการดูแลที่ผิดวิธีเช่นกัน
ดังนั้น วิธีทําให้ผมหนา มีน้ำหนัก ไม่ร่วง ยาวเร็ว อย่างสุขภาพดี คือการใส่ใจดูแลผมอย่างถูกวิธี
ในบทความนี้ Absolute Hair Clinic จะแนะนำ 10 วิธีสำหรับการดูแลผมให้สุขภาพดี โดยการแก้ไขปัญหาผมร่วง ผมบาง ผมแห้ง ที่ต้นเหตุ
Absolute Hair Clinic คลินิกดูแลทุกปัญหาสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ ให้คุณมีผมดกหนาได้อย่างสุขภาพดี และยาวนาน

สารบัญ

อยากผมหนา มีน้ำหนัก ทำอย่างไรดี

อยากผมหนา มีน้ำหนัก ต้องแก้ไขปัญหาผมที่ต้นเหตุ ก่อนจะรู้วิธีแก้ ต้องรู้ก่อนว่าปัญหาต่างๆเกิดจากอะไร
หากผมร่วง ผมบาง ปัญหาเหล่านี้อาจจะเกิดจากฮอร์โมนเพศชาย โรคผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรม ความเครียด ผมร่วงหลังการป่วยเรื้อรัง หลังผ่าตัด หรืออาจจะเกิดจากปัญหาอื่นๆอย่างความเครียด การขาดสารอาหาร หรือการทำร้ายผมด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การเกาศีรษะแรงๆ การใช้เคมีกับเส้นผมมากเกินไป
ผมร่วงเกิดจากอะไรได้อีก ปัญหาแต่ละอย่างสามารถแก้ไขได้อย่างไร ? : ผมร่วง
ถ้าผมชี้ฟูไม่มีน้ำหนัก อาจจะเกิดจากการที่เส้นผมถูกทำร้ายด้วยความร้อนอย่างการไดร์ผม หนีบผม หรือสารเคมีต่างๆที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ดูเส้นผม
ในกรณีที่ผมมันจนคันมาก อาจจะเกิดจากความผิดปกติที่ต่อมไขมัน การไม่สระผมบ่อยเท่าที่ควร การถูกสารเคมี หรือสระผมด้วยน้ำอุณหูมิสูงเกินไปจนทำให้น้ำมันที่ผมเสียสมดุล
และถ้าผมยาวช้ากว่าที่ควรเป็น ก็อาจจะเกิดจากการขาดสารอาหารของร่างกาย หรือการที่เลือดไปเลี้ยงรากผมไม่เพียงพอ จนไม่มีวัตถุดิบสำหรับสร้างผม
เมื่อรู้สาเหตุอาการต่างๆของเส้นผมแล้ว เราก็จะสามารถแก้ไขปัญหาผมที่ต้นเหตุได้ ด้วยวิธีการเหล่านี้

1. แชมพู ปัจจัยสำคัญสำหรับเส้นผม

แชมพูลดผมร่วง ยาสระผมยาสระผมแก้ผมร่วง
การเลือกแชมพูที่เหมาะสม เป็นส่วนสำคัญในวิธีทําให้ผมหนา เนื่องจากสาเหตุของผมบาง ผมเสียของแต่ละคนเกิดจากปัญหาที่แตกต่างกันไป ทั้งผมมัน ผมแห้ง หรือผมเสียจากสารเคมี ดังนั้นวิธีทําให้ผมหนามีน้ำหนัก กลับมาสุขภาพดี จึงแตกต่างกันไปในแต่ละคน

วิธีการเลือกแชมพูเพื่อผมหนา มีน้ำหนัก

วิธีการเลือกแชมพู เหมือนกันทั้งผู้ชายและผู้หญิง คือควรเลือกใช้ แชมพูที่อ่อนโยนต่อเส้นผม หลีกเลี่ยงแชมพูที่มีสารเคมี เพราะอาจจะก่อให้เกิดการระคายเคือง และทำให้หนังศีรษะแห้งได้ โดยสารเคมีที่ควรหลีกเลี่ยงคือ

  • สารกันเสีย

สารกันเสียมีหลายชนิด เช่น พาราเบน ( Parabens ) ฟอร์มาดีไฮด์ ( Formaldehyde ) และเมทิลไอโซไทอะโซลิโนน ( Methylchloroisothiazolinone ) แม้จะไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย และกระทราวงสาธารณะสุขสามารถให้ใช้ได้ แต่ก็อาจจะทำร้ายหนังศีรษะ ทำให้ระคายเคืองได้
ถ้าผู้ที่แพ้สารเคมีเหล่านี้ใช้แชมพูที่มีสารกันเสีย ก็จะทำให้เกิดโรคผื่นแพ้สัมผัสที่หนังศีรษะ ( Contact Dermatitis ) ที่อาจจะส่งผลให้เกิดการอักเสบจนผมร่วงได้

  • ซัลเฟต ( Sulfate )

ซัลเฟตเป็นส่วนผสมที่มักมาในรูปของสารประกอบอย่าง Ammonium Lauryl Sulfate ( ALS ) และ Sodium Lauryl Sulphate หรือที่หลายคนอาจจะรู้จักในชื่อ SLS
สารเคมีทั้งสองตัวนี้เป็นสารลดแรงตึงผิว ที่สามารถขจัดความมันบนศีรษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะทำให้ความมันเสียสมดุลจนหนังศีรษะแห้ง เกิดเป็นรังแค และสามารถทำให้เกิดผื่นแพ้สัมผัสได้ด้วย

  • สารเคมีกลุ่มซิลิโคน ( Silicone )

สารพวกนี้จะช่วยเคลือบผม ทำให้ผมเงางาม เรียบลื่น หวีง่าย แต่ไม่ได้บำรุงผมจริงๆ ทั้งยังทำให้ระคายเคือง และทำให้หนังศีรษะอุดตันจนทำให้ผมบางลง หรือผมร่วงได้อีกด้วย
อีกสิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกยาสระผม คือควรเลือกใช้ ยาสระผมที่เหมาะกับสภาพผมและหนังศีรษะ
หากผมมัน ให้ใช้แชมพูลดความมัน ถ้ามีรังแคเยอะ รังแคมัน มีสีเหลือง ให้ใช้ยาสระผมขจัดรังแคร่วมด้วย โดยให้ใช้แค่ 1 – 2 ครั้งแต่สัปดาห์ แล้วแต่ยี่ห้อและส่วนผสม
หากผมแห้ง หนังศีรษะแห้ง เกิดรังแคแผ่นเล็กๆ ให้ใช้แชมพูที่เน้นรักษาความชุ่มชื้น
หากหนังศีรษะแพ้ง่าย ผมแห้งเสียจากสารเคมี ให้ใช้แชมพูที่มีสารเคมีน้อย อย่างแชมพูออร์แกนิค หรือแชมพูสูตรอ่อนโยน
ข้อควรระวังอีกอย่างของการเลือกยาสระผม คือ Dry Shampoo
ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไม่ใช่ตัวเลือกหนึ่งของยาสระผม เนื่องจากการใช้ Dry Shampoo ไม่ใช่การสระผม แต่เป็นการฉีดสารซับความมันเข้าไปที่ผม ทำให้ผมไม่เหนียว ไม่มันเท่านั้น สิ่งสกปรก หรือเซลล์ตายที่ผิวผลัดออกมายังสะสมอยู่ที่ศีรษะ ทำให้หนังศีรษะเกิดรังแค มีอาการคัน ผมก็จะแข็ง แห้ง ฝืด หากใช้มากเกินไป
สารใน Dry Shampoo ยังไปอุดตันที่รูขุมขนในหนังศีรษะ ทำให้ผมร่วง หรือบางลงได้ด้วย ดังนั้นไม่ควรใช้ Dry Shampoo แทนการสระผม อาจจะใช้ได้บ้างในวันที่ผมมัน เช่น หากตั้งใจสระผมวันเว้นวัน สามารถใช้ Dry Shampoo ได้ในวันที่เว้นไป แต่วันรุ่งขึ้นจะต้องสระผม เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกสะสมอยู่มากเกินไป

2. ทรีทเมนต์บำรุงผม สูตรหมักผมธรรมชาติ

ทรีทเมนท์ ผม ทรีทเมนต์
ทรีทเมนต์มีหลายสูตร หลายประเภทให้เลือกใช้ เช่นสูตรแก้ไขผมแห้งเสีย สูตรผมมีน้ำหนัก สูตรเสริมเคราติน ผู้ใช้ควรเลือกใช้ตามสภาพผมของตนเอง แต่ต้องระวังส่วนผสมบางอย่าง เช่น Mineral Oil หรือ ซิลิโคน
ส่วนผสมทั้งสองตัวนี้มีมากในทรีทเมนต์บำรุงผม จะช่วยให้ผมนุ่มลื่น มีน้ำหนัก หวีง่าย ดูดกหนาเป็นเงางาม แต่ผมที่เสีย จะยังคงเสียอยู่เช่นเดิม เนื่องจากสารทั้งสองตัวไม่ได้บำรุงผม แต่จะไปเคลือบผมชั้นนอกไว้แทน
อีกทั้งสารสองตัวนี้ยังเป็นสารเคมีที่ก่อให้เกิดการแพ้ได้ ทางที่ดีควรเลือกทรีทเมนต์ที่ใช้ส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผมจริงๆ เช่นเคราติน
ปัจจุบันทรีทเมนต์เคราตินนิยมทำกันมาก เนื่องจากเป็นการบำรุงผมภายนอกที่เห็นผลได้จริง หากไปทำตามร้านทำผม การทำเคราตินจะเป็นการเติมเคราตินให้กับผมส่วนที่ซ้อนทับกัน หรือเกยกันจนทำให้ผมเสีย และหยิกงอ หลังทำเคราตินผมที่แห้งเสีย ชี้ฟู สามารถกลับมาตรง มีน้ำหนัก จนผมดูหนาขึ้นได้จริง
มีทรีทเมนต์เคราตินขายอยู่ในท้องตลาดมากมาย อาจจะช่วยได้บ้าง แต่หากทำที่ร้านจะเห็นผลชัดกว่า

3. วิธีสระผมเพื่อผมหนา ไม่รบกวนหนังศีรษะ

สระผม สระผมทุกวันดีไหม
การสระผมเป็นสิ่งที่เราทำกันมาเป็นประจำทุกวันตั้งแต่เด็ก แต่การสระผมก็มีวิธีที่ถูกและผิดเช่นกัน หากสระผมถูกวิธี ก็จะมีประโยชน์มาก สามารถทำให้ผมสุขภาพดีขึ้นได้โดยไม่ต้องทำทรีทเมนต์เลย และในขณะเดียวกัน การสระผมที่ผิดวิธี สามารถก่อผลเสียอย่างมากโดยไม่รู้ตัว
การสระผมที่ถูกวิธี มีดังนี้

  • ให้สระผมด้วยน้ำเย็น อุณหภูมิปกติ

อุณหภูมิของน้ำมีผลอย่างมากต่อเส้นผม และหนังศีรษะ หลายคนชอบอาบน้ำอุ่นเพื่อผ่อนคลาย แต่น้ำอุณหภูมิสูงไม่ดีกับเส้นผม เพราะจะทำให้เส้นผมและหนังศีรษะแห้ง น้ำมันบนหนังศีรษะเสียสมดุล จนอาจจะเกิดรังแค และอาการคันตามมาได้
ทางที่ดีควรสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ เพื่อกันผมแห้ง รักษาสมดุลของเส้นผม และเป็นการปิดเกล็ดผม ทำให้ผมเรียบลื่น มีน้ำหนัก ไม่ชี้ฟู เป็นวิธีทําให้ผมหนามีน้ำหนัก

  • ไม่สระผมบ่อย หรือน้อยเกินไป

ความถี่ในการสระผมเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ หากสระผมบ่อยเกินไป ผมก็จะแห้ง น้ำมันที่ศีรษะเสียสมดุล เกิดเป็นรังแคแห้ง แต่ถ้าสระผมน้อยเกินไป สิ่งสกปรกจะไปสะสมที่หนังศีรษะ เป็นสาเหตุให้เกิดผมมัน รังแคเปียก อาการคัน ผมร่วง ผมบาง และอาจจะทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบ ( Seborrheic Dermatitis ) ได้ด้วย
เราไม่ควรสระผมทุกวัน ปกติแล้วแพทย์ทั่วโลกจะแนะนำให้สระผมประมาณ 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ความชื้นสูง อาจจะทำให้ผมมันได้เร็ว หรือมีเหงื่อออกมาก สิ่งสกปรกสะสมได้มากกว่าปกติ แพทย์จึงจะแนะนำให้สระผมประมาณ 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์

  • ห้ามเกาศีรษะขณะสระผม

การเกาศีรษะสามารถทำร้ายหนังศีรษะได้มากกว่าที่คุณคิด เพราะการเกาศีรษะครั้งหนึ่งเป็นการทำร้ายรากผม ยิ่งเกามากรากผมก็จะยิ่งทำงานได้น้อยลง สร้างผมได้น้อยลง หากเป็น โรคหัวล้านกรรมพันธุ์ เสี่ยงผมร่วง รากผมฝ่ออยู่แล้ว ก็จะยิ่งทำให้ผมร่วงได้มากขึ้น
หากมีอาการคัน ควรแก้ที่ต้นเหตุ หากเกิดจากหนังศีรษะแห้ง ก็ควรเพิ่มความชุ่มชื้น เกิดจากหนังศีรษะมัน ควรลดความมัน หรือถ้าเกิดจากโรคอื่นๆ ก็ควรรักษาให้หาย

4. หวีผมอย่างถูกวิธี ลดอาการผมร่วง

หวีผม หวีแปรง แปรงหวีผม-หวีผมตรง
วิธีทําให้ผมหนาขึ้นอีกอย่างหนึ่งคือการหวีผมให้ถูกวิธี หลายคนเข้าใจว่า การหวีผมแค่หวีให้ไม่พันกันก็พอแล้ว ส่วนคนผมสั้นถ้าสางให้ไม่พันกันได้ก็ไม่ต้องหวี ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด
การหวีผม นอกจากเป็นการทำให้ผมไม่พันกัน หรือจัดแต่งทรงผมแล้ว การหวีผมที่ถูกวิธียังช่วยกระตุ้นให้ผมแข็งแรง ดกขึ้น หนาขึ้น ทั้งยังเป็นการนำสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนศีรษะระหว่างวันออกไปอีกด้วย
โดยการหวีผมที่ถูกวิธี มีดังนี้

  • หวีผมเบาๆ ห้ามกระชากผมแรงๆ

การหวีผมแรงเกินไปก็เหมือนการเกาศีรษะที่ทำให้รากผมอ่อนแอลง ส่วนการกระชากผมแรงๆ อาจจะทำให้ผมที่ยังไม่ถึงเวลาร่วง หลุดร่วงออกมา นอกจะทำให้ผมบางแล้ว ยังเป็นการทำร้ายรากผมด้วย

ทางที่ดี ควรหวีผมเบาๆ ครั้งละประมาณ 1 นาที เพื่อเป็นการกระตุ้นหนังศีรษะ ให้เลือดมาเลี้ยงที่รากผมได้ดีขึ้น อาจจะกระตุกผมเบาๆร่วมด้วย เพื่อกระตุ้นรากผมให้แข็งแรง ลดผมร่วง
ให้หวีผมวันละ 3 ครั้ง ตอนเช้า กลางวัน และก่อนนอน พยายามอย่าหวีมากเกินไป หากหวีผมทั้งวัน หวีมากเกินไป อาจจะทำให้เคลือบผมชั้นนอกหลุดออกได้

  • ไม่หวีผมตอนเปียก

ผมตอนเปียกเป็นเส้นผมที่อ่อนแอ และพันกันมาก หากหวีผมในช่วงที่ผมกำลังเปียก ผมจะขาด หลุดจากโคน หรือทำให้ผมหักได้ ทางที่ดีควรเช็ดผมและทำให้ผมแห้งก่อนหวี

  • ใช้หวีที่เหมาะสม

ควรใช้หวีที่ซี่ถี่กำลังดี ไม่ห่างเกินไปเพราะจะทำให้สางได้ไม่ทั่วถึง และหวีไม่ควรซี่ถี่เกินไปเพราะจะหวีผมที่พันกันได้ไม่ดี นอกจากนี้ยังควรใช้หวีที่ปลายหวีมน ถ้ามีปุ่มนวดหนังศีรษะด้วยจะดีมาก เพราะเมื่อหวีจะเป็นการกระตุ้นหนังศีรษะได้โดยไม่ทำร้ายผม

  • ใช้หวีลดไฟฟ้าสถิต หรือหวีที่ทำจากไม้

หวีพลาสติก อาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตขณะหวีได้ ทำให้ผมชี้ฟู ดูไม่มีน้ำหนัก หากใช้หวีไม้ก็จะช่วยได้มาก

5. นวดศีรษะ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด

นวดหัว นวดศีรษะ ผมหนา
การนวดศีรษะ เป็นวิธีทําให้ผมหนา ยาวเร็ว เพราะเป็นการกระตุ้นหนังศีรษะ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี เมื่อเลือดไปเลี้ยงรากผมได้มากขึ้น สารอาหารที่จำเป็นต่อการงอกผมก็สามารถไปที่รากผมได้มากขึ้น ทำให้ผมที่สร้างออกมาเส้นหนา และยาวเร็วขึ้นนั่นเอง
โดยวิธีการนวดศีรษะ คือให้ก้มศีรษะให้ต่ำกว่าลำตัว เพื่อให้เลือดไหลไปที่ศีรษะได้มาก จากนั้นใช้ปลายนิ้วนวดที่หนังศีรษะเบาๆ เป็นเวลา 5 นาที ทำเช่นนี้ทุกวัน ผมก็จะดก หนา และแข็งแรงขึ้น
เหมาะกับคนที่ผมบาง ผมร่วงมากหลังหายป่วย หรือผู้หญิงที่ผมร่วงหลังคลอด เนื่องจากคนกลุ่มนี้ไม่ได้ผมร่วงเพราะผมมีปัญหา หรือมีความผิดปกติอื่นๆในร่างกาย
เพียงแค่รากผมส่วนใหญ่บนศีรษะถูกกระตุ้นให้อยู่ในระยะพักจนผมร่วงมากกว่าที่ควรเป็น เมื่อเวลาผ่านไปผมก็จะงอกกลับมาเหมือนเดิม และการนวดหนังศีรษะก็จะช่วยได้มาก
ระยะพักของผมคืออะไร ผมร่วงหลังคลอดเกิดขึ้นได้อย่างไร ? : ผมร่วงหลังคลอด

6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

อาหารผม อาหารบำรุงผม อาหารบำรุงเส้นผม
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ระบบต่างๆอยู่ในสภาวะสมดุล ไม่เกิดอาการผมร่วงผมบางจากฮอร์โมนเสียสมดุล หรือโรคอื่นๆ ที่อาจจะมีอาการแทรกซ้อนทำให้ผมร่วง
นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว อาหารบางอย่างยังทำให้ผมแข็งแรงด้วย เนื่องจากเป็นส่วนประกอบในการสร้างเส้นผม หรือเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นให้รากผมทำงานได้ดีขึ้น เช่น โปรตีน, ไบโอติน, กรดไขมันโอเมก้า 3, วิตามินซี, สังกะสี, และเกลือแร่อื่นๆ
สารอาหารพวกนี้ หากไม่ได้มีปัญหาด้านการรับประทานอาหารอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องทานอาหารเสริมเพื่อบำรุงผม เนื่องจากสารอาหารพวกนี้ร่างกายสามารถรับจากอาหารต่างๆที่ทานเข้าไปได้ เช่น เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ปลาทะเล ผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ และอื่นๆ
สารอาหารแต่ละตัวช่วยบำรุงผมอย่างไร ต้องทานอาหารอะไร ถึงจะได้สารอาหารดังกล่าว : อาหารบำรุงผม

7. หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผม

ผมเสียจากความร้อน
ความร้อนเป็นตัวการทำให้ผมเสีย เนื่องจากความร้อนทำให้พันธะเคราตินในเส้นผมจับตัวกันแน่นเกินไป จนทำให้ผมแข็งกระด้าง เปราะ และผิดรูปจนชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก
ดังนั้นวิธีทําให้ผมหนามีน้ำหนัก คือควรหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนให้ได้มากที่สุด ไม่สระผมด้วยน้ำร้อน เลี่ยงการไดร์ผม หรือหากจำเป็น ให้ไดร์ผมด้วยลมอุณหภูมิปกติแทนการใช้อุณหภูมิสูง และหลีกเลี่ยงการหนีบผมด้วยที่หนีบผมร้อน หากจำเป็นสามารถทำได้นานๆครั้ง และต้องใส่น้ำมันบำรุงผมก่อนหนีบผมทุกครั้ง
การอบไอน้ำตามร้านทำผมก็ใช้ความร้อนเหมือนกัน ทำไมถึงช่วยแก้ผมแห้งเสียได้ ?
การอบไอน้ำ เป็นการใช้ไอร้อนเปิดเกล็ดผม เพื่อให้ทรีทเมนต์ผมที่มีส่วนผสมของโปรตีนเป็นส่วนใหญ่ เข้าไปบำรุงผมถึงภายในผม เป็นการบำรุงผมที่ผมจะไม่ถูกความร้อนโดยตรง และหลังจากอบไอน้ำแล้ว ช่างทำผมจะสระผมให้ด้วยน้ำเย็นอุณหภูมิปกติเป็นการปิดเกล็ดผม เพื่อทำให้ผมเรียบ เป็นเงา
การอบไอน้ำจึงไม่เหมือนกับการใช้ความร้อนกับผมด้วยวิธีการอื่นๆ และหากทรีทเมนต์เหมาะกับสภาพเส้นผม ก็จะมีประโยชน์กับผมมากนั่นเอง

8. เล็มปลายผมเป็นประจำ

เล็มปลายผม เล็มผมแตกปลาย
ปลายผมเป็นส่วนที่บาง ชี้ฟู และเปราะแตกได้มากที่สุด เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่บนศีรษะมานาน หากผมยาว และไม่ได้ตัดผมบ่อย ผมช่วงปลายผมอาจจะมีอายุได้มากถึง 2 – 6 ปี ในช่วงเวลานี้ อาจจะผ่านการย้อมผมทำสี หนีบผม ไดร์ร้อนมาหลายครั้ง จนสะสม และทำให้ผมเสีย
การตัดเล็มปลายผมจึงเป็นการนำผมส่วนที่เสียออกไป ทำให้ผมดูสุขภาพดี หนาขึ้น และดูมีน้ำหนักมากขึ้น

9. ฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น ทำ PRP ผม

PRP ผม ฉีด PRP
การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น หรือ PRP ( Platelet Rich Plasma ) เป็นการนำเกล็ดเลือดเข้มข้น ที่ได้จากการปั่นเลือด จนน้ำเลือดแยกชั้นออกมา น้ำเลือดดังกล่าวประกอบด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น และ Growth Factor อีกมากมาย ที่เป็นตัวช่วยให้เส้นผมเติบโตได้ดี กระตุ้นการสร้างเส้นเลือด และซ่อมแซมรากผมที่เสียหายด้วย
PRP จะทำโดยการนำเลือดของผู้เข้ารับการรักษามาเล็กน้อย ปั่นให้น้ำเลือดแยกชั้นออกจากเลือด แล้วนำน้ำเลือดที่อุดมไปด้วยเกล็ดเลือด มาฉีดเข้าที่หนังศีรษะบริเวณที่ผมบาง ช่วยให้ผมดกหนา ลดผมร่วง สามารถทำได้ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง
การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น เป็นวิธีทําให้ผมดกหนาที่ได้ผลดี และปลอดภัยมาก เนื่องจากสารที่ใช้ฉีดกระตุ้น ไม่ใช่สารเคมีอันตรายอะไร แต่เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายของผู้เข้ารับการรักษาอยู่แล้ว
อีกทั้งยังเป็นวิธีที่การแพทย์นิยมใช้มาก ทั้งด้านความสวยความงาม อย่างการทำ rejuvenating หรือด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อนักกีฬา
การที่ PRP ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ทำให้มั่นใจได้ว่าการฉีด PRP จะปลอดภัย และได้ผลจริง
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ PRP ผม : PRP ผม
นอกจาก PRP ผมแล้ว ยังมีการกระตุ้นรากผมสำหรับคนผมบาง ด้วยวิธีอื่นๆอีก :

10. ปลูกผมถาวร ทางลัดสำหรับคนผมบาง

ปลูกผม ปลูกผมถาวร ผู้หญิง ปลูกผม FUE FUT
การปลูกผมถาวร เป็นทางลัดที่จะทำให้ผมดกหนาอย่างรวดเร็ว สำหรับคนที่ผมบางจนเห็นหนังศีรษะ หรือหัวล้าน เพราะเป็นวิธีรักษาสำหรับผู้ที่ทำให้ผมหนาโดยการกระตุ้นรากผม หรือใช้ยาแก้ผมร่วงไม่ได้ อย่างผู้ที่ผมร่วงเพราะฮอร์โมน หรือโรคทางพันธุกรรม
หลักการปลูกผมถาวร คือแพทย์จะย้ายรากผมที่แข็งแรงจากบริเวณท้ายทอยและหลังกกหู มาปลูกในบริเวณที่ผมบาง หรือศีรษะล้าน ทำให้รากผมถูกย้ายมาตำแหน่งใหม่อย่างถาวร แม้หลังปลูกผม ผมจะร่วงไปตามวัฏจักรของเส้นผม แต่ผมก็ยังสามารถงอกขึ้นมาได้ใหม่ในตำแหน่งที่ปลูก เหมือนกับผมปกติ
ทั้งนี้ การปลูกผมถาวรจะได้ผลมากแค่ในผู้ชายที่ หัวล้าน และผู้หญิงที่ศีรษะเถิกโดยกำเนิด แต่ไม่เหมาะกับอาการ ผมบางกรรมพันธุ์ในผู้หญิง
เนื่องจากในผู้หญิง ผมที่ท้ายทอยไม่ใช่เส้นผมถาวร สามารถร่วงได้จากเหตุผลทางพันธุกรรมเช่นเดียวกัน เมื่อนำไปปลูก ผมที่ปลูกก็อาจจะไม่อยู่ถาวร ในบางเคสผมก็ร่วงหนักกว่าเดิม เพราะอาการหนังศีรษะช้ำจากการปลูกผม
เรียนรู้เพิ่มเติม ข้อดี ข้อเสียเกี่ยวกับการปลูกผมแต่ละแบบ :
ปลูกผม
ปลูกผม FUE
ปลูกผม FUT
ข้อแตกต่าง FUE Vs FUT

ข้อสรุป ‘วิธีทำให้ผมหนา’

10 วิธีทำให้ผมหนานั้น สองวิธีสุดท้ายเป็นวิธีสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางมากอย่างเห็นได้ชัด และดูแลตัวเองดีแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น ส่วนแปดวิธีแรกนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำ และสามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

การมีจะผมสุขภาพดีได้นั้น สิ่งสำคัญคือต้องมีวินัยในตนเอง ดูแลผมเป็นประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หากทำจิตใจให้ผ่อนคลาย และลดความเครียดควบคู่ไปด้วยก็จะได้ผลมาก
ถ้าทำได้เป็นประจำทุกวัน ผมก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ผมดก หนา มีน้ำหนักได้โดยไม่ต้องพึ่งแพทย์เลย
พยายามดูแลตนเองแล้วแต่ผมบางไม่ดีขึ้น ผมเริ่มร่วงจนเห็นหนังศีรษะ หรือสงสัยว่าเส้นผมและหนังศีรษะเกิดความผิดปกติขึ้น สามารถส่งรูปศีรษะมาสอบถามได้ที่ Line : @ Absolutehairclinic

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น