รีวิวสายการบิน Korean Air บินจากอเมริกากลับไทยพร้อมอาบน้ำฟรีที่สนามบินอินชอน

รีวิวสายการบิน Korean Air บินจากอเมริกากลับไทยพร้อมอาบน้ำฟรีที่สนามบินอินชอน

สวัสดีครับ เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ผมได้ไปเที่ยวอเมริกามาอีกแล้วครับ ซึ่งครั้งนี้ผมเลือกใช้บริการของสายการบินแห่งชาติเกาหลีอย่าง Korean Air ในการเดินทาง ซึ่งเป็นการใช้บริการสายการบินนี้ครั้งแรกในชีวิตของผมด้วยครับ โดยวันนี้ผมจะมารีวิวเที่ยวบินขากลับจากเมือง San Francisco สหรัฐอเมริกากลับไทยโดยที่แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอินชอนที่เกาหลี ใช้เวลาเดินทางรวมเวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 19 ชม.ครับเส้นทางการบินครับ SFO-ICN-BKK

จองตั๋วเครื่องบิน

[Disclosure] การเดินทางครั้งนี้ผมออกค่าใช้จ่ายการเดินทางเองทั้งหมด ไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ จากสายการบินหรือบริษัท Agency จองตั๋วเครื่องบินใดๆ ทั้งสิ้น

ใครว่าไปเที่ยวไกลๆ อย่างอเมริกาจะต้องใช้เงินจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินแพงๆ นั้นไม่จริงอีกต่อไปครับ เพราะเดี๋ยวนี้หลายสายการบินแข่งกันทำโปรโมชันตั๋วเครื่องบิน ทำให้ราคาถูกลงเยอะมากครับ ยิ่งโดยเฉพาะถ้าใครที่บินไปลงเมืองที่มีสายการบินจากเอเชียไปลงเยอะๆ เช่น Los Angeles ( LA ), San Francisco, New York พวกนี้ราคาโปรโมชันบางครั้งลดลงไปเหลือแค่หมื่นปลายๆ ก็มีให้เห็นมาแล้วครับ ( ราคาพอๆ กับบินไปประเทศในเอเชียเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เลย )

ผมใช้บริการของ Google Flights ในการค้นหาและจองตั๋วเครื่องบินครับ ซึ่ง Google Flights เป็นบริการค้นหาและจองตั๋วเครื่องบินที่ดีมากๆ รวมเอาราคาตั๋วเครื่องบินจากสายการบินและ Travel Agency ดังๆทั่วโลกมารวมไว้อยู่ที่เดียวเลยครับ ถ้าใครยังไม่เคยลองใช้งาน ลองอ่านบทความด้านล่างของผมที่เคยเขียนไว้ก่อนก็ได้ครับ สายการบิน Korean Air เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและสมาชิกของพันธมิตรสายการบิน Sky Team เราสามารถสะสมไมล์ร่วมกับสายการบินอื่นๆ ในเครือ Sky Team ได้เช่นเดียวกันครับสายการบินในกลุ่ม Sky Team

สนามบิน San Francisco International Airport

สนามบิน San Francisco International Airport ( ขอเรียกย่อๆ ว่า SFO นะครับ ) ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองซานฟรานซิสโกคล้ายๆ กับสนามบินดอนเมืองของบ้านเรา ซึ่ง SFO เป็นสนามบินที่มีความหนาแน่นเป็นอันดับสองของรัฐ California ( รองจากสนามบิน Los Angeles International Airport ) และเป็นสนามบินที่มีสายการบินจากเอเชียและยุโรปมาลงเป็นจำนวนมาก เหมาะกับคนเอเชียอย่างเราสามารถเลือกเดินทางไปลงประเทศในเอเชียได้หลายประเทศเลยครับ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ แต่ไม่มีบินตรงมาไทยนะครับ ต้องบินแบบแวะพักอย่างเดียว การเดินทางมาสนามบินก็มีหลายทางเลือกครับ ถ้าใครที่พักอยู่ใกล้สถานีรถไฟ BART ( Bay Area Rapid Transit ) ก็สามารถนั่งรถไฟฟ้า BART สายสีเหลืองมาลงที่สนามบินได้เลย หรือถ้าใครมีสัมภาระเยอะหน่อยหรือมากันหลายคนก็อาจจะเลือกใช้บริการของ Uber หรือ Lyft มาได้เช่นเดียวกัน แต่ราคาก็จะแพงกว่ารถไฟฟ้า BART พอสมควรครับแผนที่รถไฟฟ้า BART สายสีเหลืองมาลงที่ SFO ได้ผมสัมภาระเยอะเลยเรียก Lyft มาสนามบินแทนครับ สะดวกดี ผมได้ทำการเช็คอินออนไลน์มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เที่ยวบินที่บินเข้า-ออกสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่จะให้เราสามารถโหลดกระเป๋าได้ฟรี 2 ใบละๆ 23 kilogram ครับ เพราะฉะนั้นเราก็หายห่วงเรื่องสัมภาระไปได้เลยครับ ช็อปปิ้งได้รัวๆ สนามบิน SFO นั้นกว้างใหญ่มากครับ มีทั้งหมด 4 Terminals ด้วยกัน Terminal 1–3 สำหรับเที่ยวบินในประเทศ ( Domestic ) และมี 1 International Terminal สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ สามารถนั่งรถไฟ Air Train ข้ามไปมาระหว่าง Terminal ได้ฟรีครับ สะดวกสบายมากมายDomestic Terminal 1 ของสายการบิน Southwest Airlinesรถไฟ Air Train ใช้เดินทางไปมาระหว่าง Terminal ได้ สายการบิน Korean Air นั้นจะประจำอยู่ที่ Counter เบอร์ 9 ครับ ใครที่เช็คอินออนไลน์มาแล้วก็สามารถมาเข้าแถว Baggage Drop ได้ชิวๆ ไม่ต้องไปต่อคิวเช็คอินยาวๆ ครับใครที่ยังไม่ได้เช็คอินก็สามารถมาเช็คอินแบบ Self-Service ที่สนามบินได้เช่นกันหลังจากเข้าเกทมาแล้วก็เจอรูปสะพาน Golden Gate Landmark ของซานฟราน สวยงามครับ ในเกทของสนามบินในอเมริกาจะไม่ได้มี Duty Free ให้เราได้ช็อปปิ้งอะไรมากมายเหมือนสนามบินบ้านเรานะครับ ถ้าอยากจะซื้อของฝากควรจะซื้อมาจากในเมืองหรือขับรถไปซื้อที่ Sanfrancisco Premium Outlet น่าจะดีกว่าครับGate สนามบิน SFO ก็จะโล่งๆ หน่อย ครับดื่ม Hot Cocoa ที่ Peet’s Coffee สาขาสนามบิน SFO ระหว่างรอขึ้นเครื่องครับ

การเดินทาง #1 SFO-ICN

Flight: KE24 Route: San Francisco ( SFO ) – Seoul ( ICN ) Departure Time: 11:30 am Arrival Time: 5:30 prime minister Duration: 13 hours Aircraft: Boeing 777–300ER Class: N ( Economy ) เที่ยวบิน KE24 วันนี้ใช้เครื่องบินรุ่นยอดฮิต Boeing 777–300ER บินตรงจาก San Francisco ไปลงที่สนามบินอินชอนที่เกาหลี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 13 ชม. ตามกำหนดการ แต่บินจริงใช้เวลาประมาณ 12 ชม. 50 นาทีครับมีหนังสือพิมพ์ทั้งของเกาหลีและอเมริกาให้เลือกอ่านระหว่างทางBusiness Class ที่นั่งของชั้นประหยัดนั้นกว้างมากครับ ผมสูง 178cm เข่าไม่ติดเลย ยืดขาได้สบายๆ สิ่งที่ผมชอบสำหรับสายการบิน Korean Air คือเค้าให้ชุด Amenities Kit ให้ผู้โดยสารชั้นประหยัดครบครันมาก ทั้งรองเท้า Slipper, แปรงสีฟัน ยาสีฟัน, หูฟัง ผ้าห่ม ทำให้เรารู้สึกสะดวกสบายระหว่างการเดินทางมากครับ เครื่องบินที่ใช้บินวันนี้เป็นเครื่องบิน Boeing 777–300ER รุ่นยอดฮิตที่หลายสายการบินมักใช้บินระยะไกลข้ามทวีปแบบเอเชีย-อเมริกาแบบนี้ครับ เครื่องบินค่อนข้างใหม่มาก มีจอ LED ระบบ Touch Screen ค่อนข้างลื่นเลยทีเดียวครับ ก่อน Take Off ก็มีการเปิดวิดีโอสาธิต Safety Video ซึ่งล่าสุด Korean Air ได้ไปร่วมมือกับค่ายเพลงชื่อดังอย่าง SM Entertainment เพื่อเอาวง Super M และ BoA มาเป็น Brand Ambassador ทำออกมาเป็น Music Video เลยทีเดียว ทำให้ Safety Video น่าดูขึ้นอีกมากเลยครับ ไม่เหมือนสายการบินไหนๆ ดูได้ไม่เบื่อดี ใครที่เป็นแฟนคลับวง Super M นี้คงจะชอบมากๆ แน่ๆครับSafety Video มี BoA มาเล่าให้ฟังงSafety Video มาเป็น MV เลยทีเดียว หลังจากนั้นกัปตันก็ทำการ Push Back เครื่องและนำเครื่อง Take Off ขึ้นครับ เส้นทางการบินในวันนี้จะบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิคและผ่านโตเกียวประเทศญี่ปุ่นก่อนที่จะบินลงที่สนามบินอินชอนที่ประเทศเกาหลีใต้ครับ เที่ยวบินนี้มีแอร์คนไทยมาคอยให้บริการในโซนที่ผมนั่งพอดีเลยด้วยนะครับ ซึ่งปกติ Korean Air ก็จะมีแอร์คนไทยให้บริการในเส้นทางกรุงเทพ-อินชอนอยู่แล้ว แต่อันนี้มีบินมาในเส้นทางซานฟรานฯ-อินชอนด้วย ดีงามมากๆ ครับ ระบบ Entertainment บนเครื่องบินผมว่าก็มีหนังให้ดูพอสมควร แต่ไม่เยอะมากเท่าบางสายการบินที่ผมเคยบิน อย่าง Cathay Pacific, Japan Airlines นี่มีให้ดูเยอะมากกว่าครับ

หลังจากที่เดินทางไปได้ซักพัก แอร์ก็เริ่มเสิร์ฟอาหารมื้อแรกครับ ผมเลือกเป็นอาหารเกาหลีขึ้นชื่ออย่าง Bibimbap เลยครับ เห็นเค้าว่าอร่อย ต้องลองชิมซักหน่อยแล้วBibimbap ครบเซ็ต รสชาติของบิบิมบับบอกได้เลยว่าอร่อยมากๆ ครับ มีซอสโคชูจัง ( 고추장 ) มาให้ด้วย ขอเพิ่มได้นะครับ ถ้าใครชอบทานแบบแซ่บๆ เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียงน่าจะเป็นแตงกวาดอง ซุปสาหร่ายมิยอกกุก ( 미역국 ) และผลไม้เป็นส้มจีนไม่มีเม็ดเลยครับ ผมทานจานนี้เกลี้ยงเลย แนะนำเลยครับถ้าใครที่บิน Korean Air แล้วได้อาหารเป็นบิบิมบับคือ a Must ครับคลุกซอสแล้วคือเด็ดมาก ห้ามพลาดเลยนะครับ หลังจากที่เริ่มบินเข้ามหาสมุทรแปซิฟิคคือเครื่องบินผ่านจุดอากาศแปรปรวนตลอดทาง มีการประกาศเตือน Turbulence เป็นระยะๆ เครื่องนี่สั่นเลยทำให้นอนได้ไม่ค่อยเต็มที่เท่าไรครับ มีเด็กที่นั่งแถวหลังที่ผมนั่งถึงกับอ้วกเลยทีเดียว แอร์ต้องวุ่นกับการดูแลผดส. พอสมควร แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ พอใกล้ๆ ถึงกลางทางก็มีการเสิร์ฟของว่างเป็นขนมปังไส้เนื้อ อร่อยดีครับ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะเค้ายังปิดไฟให้คนนอนอยู่ครับ พอบินเริ่มเข้าสู่ทวีปเอเชียใกล้ๆ เข้าประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มเสิร์ฟอาหารมื้อที่สองครับ คราวนี้ไมมีบิบิมบับแล้วนะครับ ผมเลือกเป็นเมนูไก่เทอริยากิครับรสชาติก็พอใช้ได้ครับ ไม่ถึงกับอร่อยมาก หลังจากทานอาหารมื้อที่สองเสร็จก็ใกล้ถึงสนามบินอินชอนแล้วครับ แต่ไฟลท์นั้น Delay จากที่เดิมจะต้องถึงในเวลา 5:30pm เวลาท้องถิ่นดีเลย์ไปประมาณครึ่งชม.ได้ครับ ผมเข้าใจว่ามาจากการที่เจอ Turbulence ระหว่างทางเยอะจนเลยทำให้อาจจะต้องมีการปรับเส้นทางการบิน ซึ่งเดิมผมจะต้องไปต่อเครื่องกลับไทยเวลา 7:05pm นี่แอบเสียวเลยว่าอาจจะไม่ทันครับหน้าจอบนเครื่องสามารถเช็ค Connecting Flight ของเราก่อน Landing ได้เลยครับ และในที่สุดก็ถึงอินชอนแล้วครับ เวลาตอนนั้นประมาณ 5:55pm แล้ว หลายคนที่มีไฟลท์ต่อนี่ต้องเตรียมวิ่งเลยครับ เพราะดีเลย์มาพอสมควร สายการบิน Korean Air ตอนนี้ Operate Flight อยู่ที่สนามบิน Incheon Terminal 2 ทั้งหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นใครที่จะบินกับ KE อย่าหลงไป Terminal 1 กันนะครับ มันอยู่แอบไกลกันพอสมควร เมื่อลงเครื่องมาจะไปต่อเครื่อง เงยหน้าขึ้นมอง Departure Board ปรากฎว่าไฟลท์ที่กลับไทยของผมดีเลย์ 20 นาที โล่งเลยครับ นึกว่าจะไปต่อเครื่องไม่ทันซะแล้ว เพราะจะต้องไปเข้าคิวผ่าน Security ในสนามบินอีกรอบ ใช้เวลาร่วมๆ ครึ่งชม.เลย

อาบน้ำฟรีที่สนามบิน Incheon

ที่สนามบิน Incheon นี้มีบริการหลายๆ อย่างฟรีที่หลายคนอาจจะไม่รู้นะครับ หนึ่งในนั้นก็คือที่นี่มีห้องอาบน้ำให้ผู้โดยสารฟรีเลย ! บินมาไกลๆ แบบเราจะรออะไร จัดซิครับ บินมาไกลแบบนี้ เหนียวตัวสุดๆ ห้องอาบน้ำมีทั้งที่ Terminal 1 และ 2 เลยนะครับ นอกจากนี้ยังมีห้อง Nap Zone มานอนรอต่อเครื่องได้ฟรี, Massage Zone ( อันนี้น่าจะเสียตังค์ ) และ Kids Zone สำหรับเด็กๆ มาเล่นรอเครื่องได้ครับ ใครที่อยากจะมาอาบน้ำฟรีที่สนามบิน Incheon Terminal 2 ให้หาป้าย Transfer Lounge แล้วเดินขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาได้เลยนะครับ ห้องอาบน้ำที่ Terminal 2 จะมีอยู่ 2 จุดด้วยกันคือบริเวณ Gate 231 และ 268 ( สองฝั่งของ Terminal เลย ) ส่วนถ้าใครบินที่ Terminal 1 ก็มีห้องอาบน้ำอยู่ที่บริเวณ Gate 25, 31 และบริเวณตรงกลางของ Concourse ชั้น 4 ครับ ผู้โดยสารที่ Transit ใช้บริการฟรี ผู้โดยสารคนอื่นๆ เสียเงิน 3,000 วอน ( ประมาณ 80 บาท นะครับ )เจอ Transfer Lounge แล้วพุ่งเข้าไปหาเลยครับเจอแล้วห้อง Shower Room สบายแล้วเรา ที่ห้อง Shower Room นี้มีผ้าขนหนูบริการให้ใช้ได้ฟรีคนละ 1 ผืนนะครับ เมื่อใช้เสร็จแล้วให้หย่อนลงตะกร้าผ้าที่ใช้แล้วได้เลยครับ ห้องอาบน้ำก็มีอยู่หลายห้องเลยนะครับ ก็เลือกดูว่าห้องไหนว่างก็เข้าไปใช้บริการได้เลยผ้าขนหนูใช้ได้คนละ 1 ผืนนะครับ ภายในห้องอาบน้ำก็มีอุปกรณ์อาบน้ำค่อนข้างครบครับ ทั้งตู้เสื้อผ้า ไดร์เป่าผม แชมพู สบู่อาบน้ำ เรียกว่าเตรียมเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวมาให้พร้อมก็ Perfect เลยครับ ห้องน้ำใหม่และสะอาดดีมากครับ ส่วนตัวผมว่าการได้อาบน้ำทำให้การเดินทางต่อของเรารู้สึกดีขึ้นมากๆ เลยนะครับ สบายตัวขึ้นเยอะ

การเดินทาง #2 ICN-BKK

Flight: KE653 Route: Seoul ( ICN ) – Bangkok ( BKK ) Departure Time: 7:05 autopsy ( Delayed to 7:25 phase modulation ) Arrival Time: 11:20 promethium ( Delayed to 11:50 autopsy ) Duration: 6 hours 25 minutes Aircraft: Airbus A380–800 Class: N ( Economy )Airbus A380–800 ที่พาเราบินกลับบ้านกันครับ เที่ยวบิน KE653 วันนี้ทำการบินด้วยเครื่องบินลำใหญ่ Airbus A380–800 ซึ่งเส้นทางกรุงเทพฯ-โซล นี้มีหลายไฟลท์ที่บินด้วย A380 เลยนะครับ พอบินด้วยเครื่องบินลำใหญ่ก็ทำให้ต้องใช้เวลา boarding ค่อนข้างนานครับ เพราะ A380 มีที่นั่ง 2 ชั้นจุผู้โดยสารได้ถึง 400 กว่าคนครับA380–800 Economy Class ที่นั่งบน A380 ของ Korean Air ค่อนข้างกว้าง นั่งสบายดีมากครับ สามารถปรับเอนเบาะได้ค่อนข้างเยอะ มีจอ LED ชาร์จมือถือด้วยสาย USB ได้ แต่เที่ยวบินนี้ไม่มีรองเท้า Slipper แปรงสีฟัน ยาสีฟันให้นะครับ อาจจะเพราะบินไม่เกิน 6 ชม. แต่มีผ้าห่ม หูฟัง น้ำดื่มให้เหมือนเดิมครับA380 ของ KE ก็อาจจะดูเก่าๆ นิดนึง แต่ฟังก์ชันก็ครบครันดีครับ พอถึงเวลาที่ต้อง Take Off ปรากฎว่ากัปตันแจ้งว่าการจราจรที่สนามบินอินชอนค่อนข้างหนาแน่น ( ขนาด Terminal 2 มีแค่ไม่กี่สายการบินที่ใช้งานนะเนี่ย ) เลยทำให้ดีเลย์ไปอีกประมาณ 15 นาทีครับ พอเครื่องขึ้นได้ซักพักแอร์ก็เริ่มเสิร์ฟอาหารครับ ซึ่งแน่นอนว่าเที่ยวบินมาไทยแบบนี้มีแอร์คนไทยมาด้วยแน่นอนครับ อาหารบนเที่ยวบินนี้เป็นบะหมี่ผัดกับไก่ซอสพริกไทยดำ อร่อยดีอย่างไม่น่าเชื่อครับ ผมกินหมดกล่องเลย หรือว่าเป็นเพราะความหิวนะ 555 เสิร์ฟมาพร้อมขนมปังและมันบดครับ มันบดดีมากครับ ไม่แข็งเลย นุ่มกำลังดี แต่ทีเด็ดของไฟลท์นี้คือมีไอศครีมแจกด้วยครับ รสชีสเค้กซะด้วย ของยี่ห้อ Cled ’ or ซึ่งเป็นแบรนด์ไอศครีมของ Binggrae ซึ่งเป็นยี่ห้อผู้ผลิตของหวานรวมถึงนมกล้วยของเกาหลีที่คนไทยชอบไปกินกันนั่นแหละครับ อร่อยดีมากครับ

หลังจากทานอาหารเสร็จ กัปตันก็ดับไฟให้ได้นอนกันยาวๆ จนถึงสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 11:50 prime minister ได้ครับ ดีเลย์ตามกำหนดเดิมไปประมาณ 30 นาที ส่วนตัวผมว่าส่วนนึงก็อาจจะมาจากไฟลท์ของผมที่ดีเลย์มาจาก SFO ด้วยนะครับ

สรุป

Korean Air ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับใครที่จะบินไปอเมริกานะครับ อาหารอร่อย แอร์บริการดี มีไฟลท์ให้เลือกบินเยอะ รู้สึกว่า KE จะเป็นสายการบินเอเชียที่มีเส้นทางบินไปอเมริกาเยอะที่สุดแล้วนะครับ เลือกไปลงได้หลายเมืองเลยครับเส้นทางการบินของ KE ไป USA ถ้ามีโอกาสผมก็คงจะให้ Korean Air เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ในการเดินทางไปอเมริกาอีกแน่นอนครับ ไว้มีโอกาสผมจะมาเขียนรีวิวสายการบินให้ได้อ่านกันอีกนะครับ Happy Traveling ทุกคนครับ !

“LIFE IS EITHER A DARING ADVENTURE OR NOTHING AT ALL” ~ HELEN KELLER

Leave a Comment