แจกฟรี  6 สูตรกาแฟโบราณ พร้อมนับแคลอรี

  1. หน้าแรก

     / 
  2. ทำอาหาร
     / 
  3. เกร็ดความรู้เรื่องอาหาร
     / 
  4. แจกฟรี 6 สูตรกาแฟโบราณ พร้อมนับแคลอรี

แจกฟรี 6 สูตรกาแฟโบราณ พร้อมนับแคลอรี

แจกสูตรกาแฟโบราณหอมเข้มข้นรู้ไว้ชงดื่มเองก็ดี จะไปสั่งให้ถูกแก้วถูกปากกับรสชาติแต่ละประเภทก็เวิร์ก หรือชงทำขายก็รวย รวย รวย ! ! !writerProfile 21 ส.ค. 2017 · โดย · โดย

faywhale

บอกต่อความเก๋าของกาแฟรุ่นพ่อ อย่าง โอเลี้ยง โอยั๊วะ หรือยกล้อ ที่หลายคนอาจจะเคยยืนงงหน้าร้านกาแฟโบราณว่ามันต่างกันยังไง วันนี้ Wongnai ขอแฉ พร้อมแจกสูตรให้เพื่อน ๆ ได้รู้กันว่าความเก๋าของแต่ละตัวมันต่างกันอย่างไร เพราะนอกจากจะสั่งถูกแล้วยังได้สูตรไปลงกาแฟโบราณเปิดร้านได้เลยอีกด้วย พร้อมนับแคลอรีกันแก้วต่อแก้ว !

กาแฟโบราณคืออะไร

กาแฟโบราณคืออะไร คนไทยเริ่มรู้จัก และนิยมดื่มกาแฟมาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะทหารต่างแดนนำเข้ามาทำให้มีราคาแพงมาก เราคนไทยเมื่อคั่วเมล็ดกาแฟเองจึงเติมข้าวโพด ข้าวฟ่าง และธัญพืชอื่น ๆ ที่มีกลิ่นหอมเข้ากันลงไป แล้วแต่สูตรของแต่ละบ้านเพื่อลดปริมาณต้นทุน และเติมแบะแซลงไปทำให้เมื่อเจอกับความร้อนจะละลายกลายเป็นการเพิ่มกลิ่นคาราเมลหอมหวานยิ่งขึ้น

ประเภทของกาแฟ

กาแฟแบบต่างๆ 1. กาแฟโบราณ เมล็ดกาแฟโบราณจะใช้เกรดที่รองลงมาจากเมล็ดกาแฟสดทั่ว ๆ ไป นำมาคั่วรวมกับธัญพืชอย่างข้าวโพด ข้าวฟ่าง ฯลฯ ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่หยาบเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นกลิ่นหอมเข้มข้นเฉพาะตัว ส่วนวิธีการชงต้องใช้ถุงชงเท่านั้นเพื่อกรองกากแยกไว้ และใช้น้ำเดือดจัดกลิ่นกับรสชาติของกาแฟโบราณจะได้แตกออกมาเต็มที่ ชนิดที่ว่าดื่มจนตาค้างเป็นนกฮูก !
2. กาแฟสด  ใช้เมล็ดกาแฟระดับพรีเมียมบดละเอียด ขั้นตอนการคั่วเมล็ดกาแฟไม่มีธัญพืชใด ๆ ผสมลงไป และต้องใช้เครื่องแรงดันหรือเครื่องชงกาแฟในการชง 3. กาแฟสำเร็จรูป กาแฟผงละเอียดที่ถูกผลิตออกมาให้บริโภคได้ง่าย เพียงแค่ฉีกซองเติมน้ำร้อน ก็สามารถชงดื่มได้เลย ซึ่งเหมาะกับยุคปัจจุบันทันด่วนที่ต้องรีบขึ้นบีทีเอสไปทำงานเป็นอย่างมาก

แจกสูตร 5 กาแฟโบราณ

1โอยัวะ 

จิบกาแฟโบราณโอยัวะยามเช้ากาแฟโบราณสูตรชงโอยัวะ คำนี้มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว “ โอ ” แปลว่า ดำ “ ยัวะ ” แปลว่า ร้อน รวมคำกันจึงแปลได้ว่าเป็นกาแฟดำร้อน เป็นอเมริกาโนแบบไทยโบราณที่ไม่ใส่ครีมหรือน้ำตาลนั่นเอง เรียกได้ว่าเข้มข้นสุดติ่งตาค้างตาแข็งกันเลย สูตรโอยัวะ ( สำหรับ 1 แก้ว ) 1. ผงกาแฟ 3 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำร้อน ¾ ถ้วย วิธีชงโอยัวะ เตรียมถ้วยชงกาแฟไว้ 2 ถ้วย จากนั้นเทผงกาแฟใส่ถุงชง ตามด้วยน้ำร้อนที่เดือดจัด ให้กาแฟไหลลงในถ้วยชงแก้วแรก เมื่อน้ำกาแฟไหลออกหมดแล้ว ยกถุงชงออกแล้วเทกาแฟที่ได้ลงในถ้วยชงแก้วที่สอง โดยเราจะถ่ายกาแฟระหว่างถ้วยชงแก้วแรกและแก้วที่สอง 3-4 รอบ เพื่อให้รสชาติและกลิ่นหอมแตกออกมาอย่างเข้มข้น จากนั้นเทใส่แก้วพร้อมดื่มโอยัวะรสเข้มได้เลย

นับแคลอรีโอยัวะ โอยัวะหรือกาแฟดำอย่างที่ได้ทำความรู้จักกันไปแล้วแก้วนี้ให้พลังงานเพียงแค่ 2-3 kal เท่านั้น ย้ำนะว่าต้องเป็นกาแฟดำเพียว ๆ มีแค่กาแฟ น้ำร้อน แต่ถ้าใส่น้ำตาลเติมนมลงไปล่ะก็แคลอรีก็พุ่งสิจ๊ะ
คนที่ดื่มโอยัวะ เชื่อว่าคนที่ชอบดื่มกาแฟเข้มข้นสุดติ่งนี้มักจะเป็นคนคมเข้ม เอาจริงเอาจัง เพราะไม่อย่างนั้นร่างกายจะรับคาเฟอีนเข้มข้นระดับสุดที่สามารถทำให้ตาค้างเป็นนกฮูกได้ยังไงล่ะ

2โอเลี้ยง

กาแฟโบราณโอเลี้ยงกาแฟโบราณสูตรชงโอเลี้ยง ลดระดับความเข้มลงมาอีกนิด แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นด้วยน้ำตาลไม่กี่ช้อนชาก็จะกลายเป็น “ โอเลี้ยง ” ซึ่งคำนี้มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นเครื่องดื่มของชาวจีนที่อพยพมาหลังสมัยกรุงศรีอยุธยา “ โอ ” แปลว่า ดำ ส่วนคำว่า “ เลี้ยง ” แปลว่าเย็น เมื่อรวมคำกันก็กลายเป็นกาแฟดำใส่น้ำแข็ง สูตรโอเลี้ยง ( สำหรับ 1 แก้ว ) 1. ผงกาแฟ 3 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำร้อน ¾ ถ้วย 3. น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา วิธีชงโอเลี้ยง เตรียมถ้วยชงกาแฟไว้ 2 ถ้วย จากนั้นเทผงกาแฟใส่ถุงชง ตามด้วยน้ำร้อนที่เดือดจัด ให้กาแฟไหลลงในถ้วยชงแก้วแรก เมื่อน้ำกาแฟไหลออกหมดแล้ว ยกถุงชงออกแล้วเทกาแฟที่ได้ลงในถ้วยชงแก้วที่สอง โดยเราจะถ่ายกาแฟระหว่างถ้วยชงแก้วแรกและแก้วที่สอง 3-4 รอบ เมื่อได้ที่แล้วให้เทกาแฟลงในแก้วตามด้วยน้ำตาล คนให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ

นับแคลอรีโอเลี้ยง กาแฟดำแก้วดีแก้วเดิม ที่เพิ่มเติมคือน้ำตาลไม่กี่ช้อนชา ซึ่งมาพร้อมกับพลังงานที่เพิ่มขึ้น น้ำตาล 1 ช้อนชาให้พลังงาน 15 kal โอเลี้ยงแก้วนี้จึงให้พลังงานทั้งหมด 47 kal
คนที่ดื่มโอเลี้ยง ระดับความเข้มลงไปอีกหนึ่งสเต็ป แต่เพิ่มเติมด้วยความหวาน ความโหดเบื้องหน้าที่แท้ก็ซ่อนความหวานเล็ก ๆ ไว้นี่เองทราย

3โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ 

กาแฟโบราณจ้ำบ๊ะใส่น้ำหวานเฮลล์บลูบอยกาแฟโบราณสูตรชงโอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ แก้วนี้ชายใดสั่งอย่าได้ผิดหวัง เพราะคนชงเขาไม่ได้มาเต้นจ้ำบ๊ะโชว์หรอกนะ แต่เป็นโอเลี้ยงดี ๆ นี่เอง โดยจะใช้น้ำหวานสีแดงหรือน้ำหวานสีเขียวแทนน้ำตาลทราย กลิ่น และรสชาติจึงหอมหวานไปอีกแบบ ส่วนที่มาของชื่อนั้นเชื่อว่ามาจากน้ำแข็งไสจ้ำบ๊ะที่ใช้น้ำหวานสีแดงหรือสีเขียวราด สูตรโอเลี้ยงจำบ๊ะ ( สำหรับ 1 แก้ว ) 1. ผงกาแฟ 3 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำร้อน ¾ ถ้วย 3. น้ำหวานสีแดงหรือสีเขียว 4 ช้อนชา วิธีชงโอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ

เตรียมถ้วยชงกาแฟไว้ 2 ถ้วย จากนั้นเทผงกาแฟใส่ถุงชง ตามด้วยน้ำร้อนที่เดือดจัด ให้กาแฟไหลลงในถ้วยชงแก้วแรก เมื่อน้ำกาแฟไหลออกหมดแล้ว ยกถุงชงออกแล้วเทกาแฟที่ได้ลงในถ้วยชงแก้วที่สอง โดยเราจะถ่ายกาแฟระหว่างถ้วยชงแก้วแรกและแก้วที่สอง 3-4 รอบ แล้วเทใส่แก้วกาแฟ เติมน้ำหวานลงไป โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะก็พร้อมดื่ม

นับแคลอรีโอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ แค่เปลี่ยนจากน้ำตาลทรายมาเป็นน้ำหวานสีแดงแทน แคลอรีก็เพิ่มขึ้นมาอีก โดยน้ำหวานสีแดง 1 ช้อนชา ให้พลังงาน 20 kal โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะจึงมีแคลอรีทั้งหมด 82 kal
คนที่ดื่มโฮเลี้ยงจ้ำบ๊ะ ยั่วยวนนิด ๆ ขี้เล่นหน่อย ๆ เป็นคาแรคเตอร์ของคนดื่มโอเลี้ยงจ้ำบ๊ะอย่างชัดเจน ไม่อย่างนั้นคงจะไม่เต้นจ้ำบ๊ะแทนคนขายที่กำลังชงกาแฟหรอก

4โอเลี้ยงยกล้อ

กาแฟโบราณโอเลี้ยกล้อสูตรกาแฟโบราณโอเลี้ยงยกล้อ โอเลี้ยงยกล้อ ไม่ได้มาจากคนชงกาแฟไปยกล้อไปนะจ๊ะ แต่ยกล้อที่ว่าคือโอเลี้ยงใส่นมนั่นเอง สันนิษฐานว่าในสมัยนั้นยี่ห้อนมข้นจืดชนิดหนึ่งเป็นรูปจักรยาน เมื่อคนชงเทนมลงไปลักษณะคล้ายการยกล้อ จึงเรียกโอเลี้ยงใส่นมว่ายกล้อแต่นั้นมา หรือจะเรียกว่าเป็นลาเต้เวอร์ชั่นฝรั่งก็ได้ สูตรโอเลี้ยงยกล้อ ( สำหรับ 1 แก้ว ) 1. ผงกาแฟ 3 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำร้อน ¾ ถ้วย 3. น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา 4. นมสด สำหรับราดบนกาแฟ วิธีชงโอเลี้ยงยกล้อ เตรียมถ้วยชงกาแฟไว้ 2 ถ้วย จากนั้นเทผงกาแฟใส่ถุงชง ตามด้วยน้ำร้อนที่เดือดจัด ให้กาแฟไหลลงในถ้วยชงแก้วแรก เมื่อน้ำกาแฟไหลออกหมดแล้ว ยกถุงชงออกแล้วเทกาแฟที่ได้ลงในถ้วยชงแก้วที่สอง โดยเราจะถ่ายกาแฟระหว่างถ้วยชงแก้วแรกและแก้วที่สอง 3-4 รอบ ใส่แก้วกาแฟตามด้วยน้ำตาลทราย คนจนน้ำตาลละลาย แล้วราดนมสดด้านบนตามใจชอบเลย

นับแคลอรีโอเลี้ยงยกล้อ มายกล้อกันแบบมัน ๆ กับแคลอรีจากนมสด 1 ช้อนโต๊ะ มีพลังงาน 10 kal ฉะนั้นเวลาเรายกล้อชง เอ้ย … เวลาเราราดนมสดบนโอเลี้ยงยกล้อแคลอรีที่ได้จึงเท่ากับ 67 kal
คนที่ดื่มโอเลี้ยงยกล้อ เพราะรสหวานนัว ๆ กับนมสดยกล้อ จึงกลายเป็นที่มาความของสนุกสนานแบบมัน ๆ ตามประสาคนยกล้อไปสั่งกาแฟ

5โกปี๊

กาแฟโบราณโกปี๊กินกับขนมจีบกาแฟโบราณสูตรชงโกปี๊ โกปี๊มาจากคำว่า Coffee สำเนียงภาคใต้ออกเสียงว่า โกปิ๊ โกปี้ หรือโกปี แล้วแต่ท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกาแฟดำใส่นมข้นหวาน แต่ถ้าเรียกว่า “ โกปี๊ออ ” คือกาแฟดำร้อน ไม่ใส่นม และเมื่อไหร่ที่ลงใต้เป็นต้องได้จิบกาแฟคู่กับติ่มซำหรือไม่ก็หมย่าง นั่นเป็นเพราะชาวใต้รับวัฒนธรรมมาจากจีนจึงพิถีพิถันเรื่องเครื่องเคียงกินคู่กันเป็นพิเศษ สูตรโกปี๊ ( สำหรับ 1 แก้ว ) 1. ผงกาแฟ 3 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำร้อน ¾ ถ้วย 3. นมข้นหวาน 5 ช้อนชา วิธีชงโกปี๊ เตรียมถ้วยชงกาแฟไว้ 2 ถ้วย จากนั้นเทผงกาแฟใส่ถุงชง ตามด้วยน้ำร้อนที่เดือดจัด เทกาแฟถ่ายไปมาระหว่างถ้วยชงทั้งสองประมาณ 3-4 รอบ เทใส่แก้วกาแฟ ตักเติมนมข้นหวานลงไปโลดด

นับเชคแคลอรีโกปี๊ ผู้ชนะสำของการมีแคลอรีมากที่สุดในวันนี้ก็คือโกปี๊นั่นเอง เพราะนมข้นหวาน 1 ช้อนชา ให้พลังงาน 20 kal ซึ่งใส่ไปถึง 5 ช้อนชา ทั้งหมดทั้งมวลเมื่อรวมแล้วโกปี๊แก้วนี้มีพลังงาน 102 kal คนที่ดื่มโกปี๊ ความเข้มของคนดื่มที่แท้ก็ถูกเพิ่มเติมด้วยความหอมมันของนมข้นหวาน กลายเป็นคนขมอมหวาน

6กาแฟเย็น 

กาแฟโบราณสูตรชงโอยัวะกาแฟโบราณสูตรชงกาแฟเย็น เมนูยอดฮิตเวลาไปสั่งที่ร้านน้ำรถเข็นพูดสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า กาแฟเย็น คนชงก็จะชงกาแฟใส่นมข้นหวาน นมสด และน้ำแข็งมาให้ เป็นกาแฟเย็นที่จัดเต็มรสหอมหวาน มิตรแสนดีของเหล่ามนุษย์ออฟฟิศที่ต้องการเติมพลังยามเช้า ยามสาย และยามบ่าย สูตรกาแฟเย็น ( สำหรับ 1 แก้ว ) 1. ผงกาแฟ 2 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำร้อน 1+1/2 ถ้วย 3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 4. นมข้นหวาน 2 ช้อนชา 5. นมสด สำหรับราดบนกาแฟ วิธีชงกาแฟเย็น เตรียมถ้วยชงกาแฟไว้ 2 ถ้วย จากนั้นเทผงกาแฟใส่ถุงชง ตามด้วยน้ำร้อนที่เดือดจัด ให้กาแฟไหลลงในถ้วยชงแก้วแรก เมื่อน้ำกาแฟไหลออกหมดแล้ว ยกถุงชงออกแล้วเทกาแฟที่ได้ลงในถ้วยชงแก้วที่สอง โดยเราจะถ่ายกาแฟระหว่างถ้วยชงแก้วแรกและแก้วที่สอง 3-4 รอบ เทใส่แก้วกาแฟตามน้ำตาลทราย และนมข้นหวาน คนให้เข้ากัน ราดด้วยนมสดด้านบน

นับแคลอรีกาแฟเย็น แก้วนี้จัดเต็มครบสูตรทั้งน้ำตาลทราย นมข้นหวาน และนมสด แต่สงสัยไหมว่าทำไมให้พลังงานเพียง 77 kal ไม่มากเท่าโกปี๊ ก็เพราะว่าสูตรนี้ใส่นมข้นหวานไปแค่ 2 ช้อนชายังไงล่ะ คนที่ดื่มกาแฟเย็น ด้วยความลงตัวของรสชาติจากน้ำตาล นมข้นหวาน และนมสด คนที่ดื่มกาแฟเย็นจึงเป็นอะไรที่ครบเครื่อง

เชคแคลอรีกาแฟโบราณทั้ง 6 สูตร!

แคลอรีของกาแฟโบราณ เรื่องความชอบในรสชาติของกาแฟแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันไป ใครชอบเข้มมากก็เติมปริมาณผงกาแฟเพิ่มอีกหน่อย ใครชอบหวานก็เพิ่มน้ำตาลอีกนิด ส่วนใครชอบหวานมันก็เพิ่มนมหรือนมข้นหวานไป แต่อย่าลืมว่าความหวานมันที่เพิ่มลงไปย่อมมาพร้อมกับปริมาณแคลอรีที่เพิ่มทวีคูณ ใครที่ได้ลองสูตรจาก Wongnai ไปแล้วอย่าลืมมาแชร์ความเข้มข้นหอมสุดติ่งของกาแฟแต่ละแก้วกันบ้างนะคะ

chromium : หนังสือกาแฟ 3 สไตล์ โดย อาจารย์เชษฐา ใจใส hypertext transfer protocol : //www.coffeefavour.com/traditional-black-coffee/ hypertext transfer protocol : //www.coffeeandtealover.com/2010/08/kopi-introduction/อ.เชษฐาใจใส

$ OWNER’S MESSAGE

อ.เชษฐาใจใส

ผม อ.เชษฐาใจใส มีประสบการณ์ด้านเครื่องดื่มร่วม 20 ปี และมีความตั้งใจนำความชำนาญ ความรู้ และประสบการณ์นี้ส่งต่อแก่เพื่อนร่วมทางที่สนใจด้านเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นกาแฟโบราณ กาแฟสด หรือเครื่องดื่มชนิดอื่น ผ่านคอร์สการอบรมที่มติชน, สู่เส้นทางเศรษฐี, เทคโนโลยีชาวบ้าน ,เอสเอ็มอี, ชี้ช่องรวย ฯลฯ และในที่สุดได้เปิดศูนย์อบรมเป็นของตัวเองในนาม ศูนย์อบรมอาชีพ เชษฐา ใจใส ผม อ.เชษฐาใจใส มีประสบการณ์ด้านเครื่องดื่มร่วม 20 ปี และมีความตั้งใจนำความชำนาญ ความรู้ และประสบการณ์นี้ส่งต่อแก่เพื่อนร่วมทางที่สนใจด้านเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นกาแฟโบราณ กาแฟสด หรือเครื่องดื่มชนิดอื่น ผ่านคอร์สการอบรมที่มติชน, สู่เส้นทางเศรษฐี, เทคโนโลยีชาวบ้าน, เอสเอ็มอี, ชี้ช่องรวย ฯลฯ และในที่สุดได้เปิดศูนย์อบรมเป็นของตัวเองในนาม ศูนย์อบรมอาชีพ เชษฐา ใจใส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น